Home App Talk iPhone X | วิธีเพิ่มบัตร Suica เข้าไปใน iPhone X แบบง่ายๆ

iPhone X | วิธีเพิ่มบัตร Suica เข้าไปใน iPhone X แบบง่ายๆ

2 min read
0
0
944

บัตร Suica ก็คือบัตรโดยสารแบบนึงที่ใช้งานในญี่ปุ่นซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่แค่ใช้จ่ายค่าเดินทางเท่านั้น เรายังใช้บัตรนี้ในการชำระค่าใช้จ่ายตามร้านสะดวกซื้อหรือตามตู้แมชชีนต่างๆได้อีกด้วย วันนี้เรามีวิธีเพิ่มบัตร Suica เข้าไปใน iPhone X แบบง่ายๆมาฝาก

จริงๆแล้วไม่ใช่เพียงแค่ iPhone X เท่านั้นที่สามารถเพิ่มบัตร Suica ลงไปในมือถือได้ยังมีรุ่นอื่นๆอีกด้วยเดี่ยววันนี้เรามีดูขั้นตอนและเงื่อนไขที่ควรทราบกัน

สำหรับเงื่อนไขในตอนนี้ก็คือมือถือที่ใช้จะต้องเป็น iPhone 7, 7 Plus รุ่นที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นเท่านั้น (โธ่ เศร้าเลย) หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเป็น iPhone 8, 8 Plus, X โดยรุ่นใหม่กว่าก็มีข้อดีตรงที่ไม่ล็อกประเทศที่ซื้อแล้ว จะเอาเครื่องจากประเทศไทยไปใช้ก็ได้นะเอ้อ แต่ทว่าระบบจะต้องอัพเกรดเป็น iOS รุ่นล่าสุด และต้องเซ็ท Region เป็นญี่ปุ่นด้วยถึงจะใช้ได้

โอเค เรามาเริ่มย้ายข้อมูลจากบัตรลงมือถือกันดีกว่า

เติมบัตร Suica ลง iPhone

Apple Pay Suica

ขั้นตอนในการโอนข้อมูลก็คือ

  1. เปิดแอพ Wallet บนมือถือ แล้วกดปุ่ม + เพื่อเพิ่มการ์ดใหม่
  2. กด Next แล้วเลือก Suica (วิธีการกดดูที่ลิ้งค์นี้)
  3. เวอริฟายบัตรด้วยเลข 4 หลักสุดท้ายของบัตร ในกรณีที่บัตรลงทะเบียนเอาไว้ (เป็น My Suica Card หรือ Commuter Suica Card) ให้ใส่เลขสี่หลักเป็นวันเดือนที่เกิดที่กรอกไว้ตอนสมัครบัตร
  4. วาง iPhone ทับบัตรโดยให้ท่อนบนอยู่บนบัตร เพราะว่า NFC ในมือถืออยู่ท่อนบนนั่นเอง วางเอาไว้แล้วรอ iPhone ดูดข้อมูลจากบัตรออกมา อาจจะเสร็จในเวลาไม่กี่สิบวินาทีไปจนถึงสองสามนาที

iPhone X

ข่าวร้ายก็คือตัวบัตรที่มีอยู่จะไม่สามารถใช้งานได้อีก ส่วนค่ามัดจำบัตร 500 เยนจะได้เป็นเงินสดในบัตรแทน โดยจะเติมให้ 500 เยนเท่ากับค่าบัตรนั่นเอง

เติมบัตร Suica ลง Apple Watch

การใช้ Suica กับ Apple Watch ก็ยังมีข้อจำกัดพอสมควรเช่นกัน ได้แก่

  • Apple Watch Series 2 ที่ซื้อในญี่ปุ่น หรือ Apple Watch Series 3 ซื้อจากประเทศไหนก็ได้
  • iPhone 7, 7 Plus ที่ซื้อในญี่ปุ่น หรือ iPhone 8, 8 Plus ซื้อมาจากไหนก็ได้
  • watchOS เวอร์ชันล่าสุด

สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลไปลง Apple Watch ก็จะคล้ายๆ กับการส่งเข้า iPhone ข้างบนนั่นเอง

เริ่มจาก Create New Suica ก่อนแล้วส่งเข้าไปยัง Apple Watch ดังนี้

  1. เปิดแอพ Suica App บน iPhone 5 ขึ้นไป
  2. เลือกคำสั่ง Create a new card แล้วย้ายข้อมูลไปลง Apple Watch Series 2 หรือ 3 ตามแต่ที่มี
  3. เริ่มใช้งานได้เลย

ฟังดูง่ายกว่าโอนตัวบัตรเข้า iPhone ตั้งเยอะ (เพราะใช้แอพช่วย) อย่างไรก็ตามบัตร Suica สามารถมีได้ตัวเดียว ถ้าส่งเข้า Apple Watch ก็จะไม่สามารถใช้ตัวบัตรหรือมือถือเพื่อตื๊ดที่เครื่องได้อีก

ย้ายข้อมูล Suica จาก iPhone ไปยัง Apple Watch

ในกรณีที่มีอยู่ใน iPhone แต่อยากจะใช้จากนาฬิกาแทนก็ทำได้ อันนี้ง่ายกว่าแบบอื่นๆ พอสมควรได้แก่

  1. เปิด Watch App บน iPhone แล้วเลือก My Watch
  2. เลือก Wallet & Appay Pay
  3. เลื่อนลงมาจนกว่าจะเจอ Suica Card ที่ต้องการย้ายไปลง Apple Watch แล้วเลือก Add ที่อยู่ข้างๆ บัตร

สำหรับการย้ายกลับมาก็แค่เลือก Watch App แล้วทำแบบเดียวกันแต่เลือกส่งจาก Apple Watch กลับมาที่มือถือเท่านั้นเอง แต่ว่าถ้าอยู่บนรถไฟไม่สามารถย้ายข้อมูลได้ จะต้องออกจากสถานีก่อนถึงจะย้ายข้อมูลได้นะ

Tips

การเพิ่มบัตร Suica เข้ามาใน Wallet ต้องเลือกประเภทบัตรเป็น Express Transit ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องปลดล็อกมือถือก่อนถึงจะแสกนที่ประตูทางเข้าออกได้ หรือถ้าเป็น Apple Watch ก็จะต้องดับเบิลคลิกที่ปุ่มด้านข้างก่อน แล้วเลือกมาที่ Suica Card ซึ่งฟังดูยุ่งยากใช่ไหมล่ะ ดังนั้นเลือกให้เป็น Express Transit จะได้ไม่มีปัญหานะ

กรณีที่มีบัตร Suica หลายใบ ใบแรกจะถูกตั้งค่าให้เป็น Express Transit Card แต่ถ้าต้องการให้ใบอื่นกลายเป็น Express Transit Card ล่ะจะต้องทำยังไง? สำหรับ iPhone ไปที่ Setting > Wallet & Apple Pay > Express Transit Card แล้วเลือกใบใหม่ได้เลย แต่จะต้องยืนยันตัวตนด้วยพิน พาสโค้ด หรือ Touch ID อีกครั้งหนึ่งก็เท่านั้นเอง ส่วน Apple Watch จะยากหน่อย โดยต้องไปที่แอพ Watch บน iPhone แล้วเลือก My Watch > Wallet & Apple Pay > Express Transit Card แล้วเลือกบัตรที่ต้องการจะใช้เหมือนกัน และกดพาสโค้ดของนาฬิกา Apple Watch เอา

ในกรณีที่จะจ่ายเงินที่จุดรับจ่ายด้วยบัตร Suica (เช่นร้าน New Day หรือตู้ขายอัตโนมัติในสถานี) บัตรที่ตั้งค่าเป็น Express Transit สามารถจ่ายได้ง่ายๆ แค่ยื่นไปบนตัวสแกน ไม่ต้องกดเปิดหรือปลดล็อกหน้าจอก็สามารถจ่ายเงินได้

แต่ถ้าไม่ได้เลือกเอาไว้เป็น Express Transit Card (แต่เลือกเป็น Default Payment) ชีวิตก็จะยุ่งยากหน่อยๆ โดย iPhone ต้องปลดล็อกเครื่องก่อน แล้วจ่อเหนือตัวอ่านสัญญาณ NFC ถึงจะจ่ายได้ ส่วน Apple Watch จะต้องกดปุ่มข้างเครื่อง 2 ทีก่อน

กรณีที่ไม่ได้เลือกเป็น Express Transit Card และไม่ได้เลือกเป็น Default Payment ด้วย ชีวิตก็จะยุ่งยากกว่าเดิมสักหน่อย สำหรับ iPhone ให้ปลดล็อกเครื่องก่อน แล้วแสกนสัญญาณ NFC จากนั้นเลือกบัตร Suica แล้วยืนยันตัวตนด้วย Face ID หรือ Touch ID อีกรอบนึง ส่วน Apple Watch ก็จะต้องปลดล็อก เลือกบัตร Suica แล้วค่อยสแกนที่เครื่องรับเงิน

เช็คยอดเงินคงเหลือ

iPhone X

บน iPhone เปิดแอพ Wallet แล้วเลือกบัตร Suica ที่ต้องการจะดูมูลค่าคงเหลือ จากนั้นระบบจะแสดงตัวเลขให้ทราบ ส่วน Apple Watch ให้เลือก Wallet แล้วกดไปที่บัตร Suica ที่ต้องการจะดูมูลค่า แล้วเลื่อนลงไปจนกว่าจะเจอยอดเงินคงเหลือ

เติมเงิน Suica

ในเมื่อ Suica เป็นบัตรเงินสดสำหรับใช้บริการเงินที่อยู่ในบัตรมันก็จะหมดเข้าสักวัน ดังนั้นเราก็จะต้องเติมเพิ่ม! โดยเราสามารถทำได้จากมือถือโดยตรงเลย วิธีมีดังนี้

บน iPhone เลือก Wallet > Suica Card ที่ต้องการเติมเงิน แล้วกดปุ่ม i เรียกหน้า information ขึ้นมาแล้วเลือก Add Money เพื่อเติมเงิน ยืนยันตัวตนด้วย Touch ID ก็เรียบร้อย ส่วน Apple Watch ก็ไม่แตกต่างกันาก เลือก Wallet > Suica Card แล้วเลือก Add Money

สองอย่างที่ควรจะรู้เสมอคือก่อนขึ้นจะมีเงินพอ (เติมกลางทางไม่ได้นะนายจ๋า) และแบตเตอรีพอ (แบตหมดปลายทางต้องมานั่งชาร์จกันอีกนะจ๊ะ)

ใช้แอพ Suica

ผู้ที่ใช้ App Store ญี่ปุ่นสามารถโหลดแอพ Suica มาลงเครื่องได้ จากนั้นสามารถใช้แอพดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนเสริมบัตรได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบัตรใหม่ (เอาไว้ผูกกับ Apple Pay) หรือจะซื้อ Green Car Ticket สำหรับขึ้นชินคังเซ็นก็ได้ รวมไปถึงสามารถตั้งค่าให้เติมเงินโดยอัตโนมัติ และตั้งค่าการแสดง Notification จากบริการรถไฟ JR East ก็ได้

ใครใช้มือถือไอโฟนรุ่นที่รองรับ ใช้บัตร Suica เป็นประจำและเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆก้อย่าลืมลองตั้งค่าการใช้งานดูนะครับ เพราะดูเหมือนทำให้เราใช้งานได้สะดวกมากขึ้นและไม่ต้องพกบัตรให้หนักกระเป๋า

ที่มา – Apple Support (1), (2)

Load More Related Articles
Load More By GalaxyN
Load More In App Talk

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

อัพเดตโปรโมชั่น Huawei P20 และ P20 Pro จากค่าย Dtac

ข่าวก่อนหน้าเราพูดถึงโปร Huawei P20 และ P20 Pro ของค่าย AIS ไปแล้ว รอบนี้ก็จะมาพูดถึงโปรโม…